Jump to Navigation
"  กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย "       " สำนักงานการต่างประเทศเปิดให้บริการเว็บไซต์ เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่างๆ และ งานของสำนักงานการต่างประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ยินดีให้คำปรึกษา และตอบคำถาม ข้อสงสัย ผ่านทางเว็บไซต์"           " ติดตามข้อมูลอัปเดทข่าวสารล่าสุด ผ่านทางเฟสบุค ที่ https://www.facebook.com/bangkokiad  "

ปีนัง/ มาเลเซีย



ข้อมูลเมือง

      ปีนัง (Penang) อยู่ ด้านเหนือสุดด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะปีนัง ยังคงอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนด้วยเอกลักษณ์แบบอังกฤษและโปรตุเกส ในยุคที่เป็นอาณานิคมตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 คล้าย กับบ้านแบบโปรตุเกสในจังหวัดภูเก็ตของไทย มีประชาชนหลายเชื้อชาติวัฒนธรรมอาศัยอยู่รวมกันอย่างลงตัว ทั้งชาวมาเลเซีย อินเดีย จีน ยูเรเชีย อาร์เมเนีย ญี่ปุ่น อังกฤษ ยิว ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

 

       ปีนัง 1 ใน 13 รัฐ ที่ประกอบขึ้นเป็นสหพันธรัฐมาเลเซีย อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรมาเลเซีย รัฐปีนังมีสองส่วน ส่วนที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่เรียกว่า “เซอเบอรัง ไปร์” (จังหวัดเวลเลสเล่ย์) มีพื้นที่ประมาณ 760 ตารางกิโลเมตร ส่วนเกาะมีพื้นที่ 285 ตารางกิโลเมตร สองส่วนนี้คั่นด้วยช่องแคบ ส่วนที่แคบที่สุดกว้างเพียง 3 กิโลเมตรหากจะเดินทางด้วยรถยนต์ข้ามจากแผ่นดินใหญ่ไปยังเกาะ ต้องใช้สะพานปีนัง ระยะทาง 13.5 กิโลเมตร ที่ยาวที่สุดในเอเชีย และยาวเป็นที่ 4 ของโลก

       เดิมชาวมาเลเซียรุ่นแรกเรียกรัฐปีนังว่า “ปูเลาวาซาตู” หรือ “เกาะเดี่ยว” และกลายมาเป็น “ปูเลาปีนัง” หรือ “เกาะหมาก” ในอดีตอังกฤษ โปรตุเกส และดัตช์ เข้ามาทำการค้าและเริ่มประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเมืองปีนังในปี 1786 เมื่อ สุลต่านรัฐเคดะห์ยกเกาะปีนังให้แก่ บริษัท บริติช อีสต์ อินเดีย และ เรียกว่า เกาะปรินซ์ออฟเวลส์ หลังจากที่เข้ามาตั้งรกรากกันแล้ว จึงเปลี่ยนชื่อเป็น จอร์จทาวน์ ตามพระนามของพระเจ้าจอร์จที่ 3  และในปี 1800 สุลต่าน รัฐเคดะห์ก็ยกดินแดนรัฐปีนังในส่วนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเรียกว่า จังหวัดเวลเลสเล่ย์ ตามชื่อผู้สำเร็จราชการอังกฤษประจำอินเดียให้แก่อังกฤษและในปี 1832 ปีนังได้ถูกรวมเป็นอาณานิคมของอังกฤษรวมทั้งมะละกา และสิงคโปร์

 

File:KOMTAR.JPG

 

ประวัติศาสตร์

       เมืองหน้าด่านของอังกฤษแห่งนี้ ถูกค้นพบโดย กัปตัน ฟรานซิส ไลท์ (Captain Fransis Light) ในปี ค.ศ.1786 ซึ่งกัปตันไลท์ได้รับมอบเกาะปีนัง ในนามของบริษัทอีสต์ อินเดีย คอมพานี (East India Company) ด้วยการทำสัญญากับสุลต่านแห่งรัฐเคดาห์ (Sultan of Kedah) เพื่อปกป้องแผ่นดินแห่งนี้จากสยามประเทศ เมื่อกัปตันไลท์มาถึง เกาะแห่งนี้มีประชากรบางตา และมีเรื่องเล่าว่าตอนที่กัปตันไลท์มาถึง เค้าได้ใช้ปืนใหญ่ยิงเอาก้อนทองคำเข้าไปในเมือง เพื่อปลุกระดมให้ชนชั้นแรงงานลุกขึ้นมาสู้ก่อนที่จะยึดครองเกาะปีนัง

 

       เขาได้เปลี่ยนชื่อเกาะเสียใหม่เป็น Prince of Wales Island เนื่องด้วยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในวันเกิดของเจ้าชายแห่งเวลล์ ไม่นานนักกัปตันไลท์ก็สถาปนาจอร์จทาวน์ และได้รับแผ่นดินผืนยาวบนแผ่นดินใหญ่ที่อยู่ติดกับเกาะปีนัง ซึ่งต่อมารู้จักกันในนามจังหวัดเวลเลสลี่ (Wellesley) จากนั้นจึงค่อยๆสถาปนาจอร์จทาวน์ให้เป็นเมืองท่าปลดภาษี และปลุกระดมคนพื้นเมืองให้จับจองพื้นที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากแผ่นดินที่มีพลเมืองเบาบาง เพิ่มจำนวนประชากร 10,000 คนเมื่อช่วงเปลี่ยนของศตวรรษ

 

       ปี 1805 ปีนังเป็นอิสระ และไม่นานนักก็มีการตั้งชุดบริหารแบบรัฐบาลอินเดีย ซึ่งระบบการปกครองที่มีเค้าโครงเดียวกับเมืองมาดราส และบอมเบย์ จากนั้นในปี 1826 มีการถ่ายโอนมาจากสิงคโปร์ และมะละกา ที่ตั้งถิ่นฐานอย่างถาวรเริ่มขึ้น เศรษฐกิจเริ่มตื่นตัว จอร์จทาวน์พัฒนาอย่างรวดเร็ว และมีการเปิดสอนภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปี 1816

 

File:Pg2.jpg

 

เศรษฐกิจ

 

       ปีนังมีระบบเศรษฐกิจแบบผสม ทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เกษตรกรรม ทั้งอุตสาหกรรมไฮเทค ก็ได้รับการพัฒนา และลงทุนอย่างต่อเนื่องจากบริษัทนานาชาติ เป็นฐานการผลิต ซอฟแวร์ ฮาร์ดแวร์ และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ อีกทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ยังได้รับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เนื่องจากปีนังเป็นจุดนัดพบสำคัญในภาคพื้นเอเชีย สำหรับการประชุมสำคัญๆ ในแขนงต่างๆ ปีนัง ยังเป็นทั้งศูนย์การจัดนิทรรศการ และการแสดง ด้านเกษตรกรรมปีนังสร้างผลผลิตปาล์มน้ำมัน ยางพารา และผลไม้ หลากประเภท ปีนัง ยังมีท่าเรือน้ำลึกที่เป็นด่านการค้าอันเป็นไปด้วยศักยภาพ และเป็นประตูเชื่อมต่อมาเลเซียกับอีกกว่า 200 ท่าเรือนานาชาติทั่วโลก

 

เว็บไซต์

http://www.mppp.gov.my/home


ความตกลง

       เทศบาลเกาะปีนัง ลงนามสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2555 ณ กรุงเทพมหานคร โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนางปาติฮาห์ บีที.อีสมาเอล
ประธานสภาเทศบาลเกาะปีนังและนายกเทศมนตรีเมืองจอร์จทาวน์ ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างกรุงเทพมหานครและเทศบาลเกาะปีนังแห่งมาเลเซียเป็นไปด้วยดีตลอดมาตั้งแต่ลงนามสถาปนาฯ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

 

กิจกรรมที่ผ่านมา : 

1. นางปาติฮาห์ บีที อีสมาเอล ประธานสภาเทศบาลเกาะปีนังเดินทางเยือนกทม. เพื่อลงนามสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง ระหว่างวันที่ 3 – 6 เม.ย. 2555
2. ตุน ดาโต๊ะ ซรี อุตามา ดร.ฮัจญี อับดุล ราห์มาน บินฮาจิ อับบาส ผู้ว่าการรัฐปีนังและคณะ รวม 16 คน เดินทางเยือนกทม. ในโอกาสจัดงานฉลองครบรอบ 74 ปีของผู้ว่าการรัฐและเข้าเยี่ยมคารวะ ผว.กทม. ณ ห้องอมรพิมาน ซึ่งผว.กทม.ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแด่คณะในวันที่ 4 ธ.ค. 2555 
 
ชื่อผู้ลงนาม : ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ บริพัตร และนางปาติฮาห์ บีที อีสมาเอล ประธานสภาเทศบาลเกาะปีนังและนายกเทศมนตรีเมืองจอร์จทาวน์

ดาวน์โหลด หนังสือลงนามข้อตกลงเมืองพี่เมืองน้อง 

ชื่อผู้นำ

H.E.Mrs. Dato' Patahiyah binti Ismail (Update 01-03-2560)

ผลการดำเนินกิจกรรมภายหลังลงนาม

ที่วัน/เดือน/ปีกิจกรรมสถานที่ลิงค์อัลบั้มรูปภาพลิงค์อัลบั้มวิดีโอ
15 เมษายน 2555ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ นายปาติฮาห์ บีที. อีสมาเอล ประธานสภาเทศบาลเกาะปีนัง ลงนามสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง กรุงเทพมหานคร

 



Main menu 2

by Dr. Radut