นายยกคนใหม่มาเมื่อไหร่

นายยกคนใหม่มาเมื่อไหร่

โพสต์โดย Nadao » พฤหัสฯ. 09 มี.ค. 2017 9:55 am

:lol: :lol: :roll:

นอกเหนือจากข้อเสนอเรื่องการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรในระบบเยอรมนีแล้ว ข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมืองที่ถูกโยนหินออกมาถามทางจากทางฝ่ายกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง คือ “การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง”

รูปแบบการเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง ประมวลจากหลายๆ ทาง คือการกำหนดให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีและฝ่ายบริหารแยกออกจากการเลือกตั้ง ส.ส.

โดยนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งวิธีนี้ จะมีวาระ 4 ปี เท่ากับ ส.ส.แต่ให้เลือกตั้งแบบเหลื่อมปีกัน เช่น เลือกนายกฯ ปีที่ 1 ปีที่ 5 ปีที่ 9 ก็จะให้เลือก ส.ส.ในปีที่ 3 ปีที่ 7 ปีที่ 11

วิธีการนั้น มีทั้งแนวที่ว่าให้เลือกนายกฯ คนเดียว กับรองนายกฯ อีกคนหนึ่ง หรืออาจจะเป็นแบบการเลือก “บัญชีรายชื่อคณะรัฐมนตรี” หรือ Cabinet list กันเลยก็ได้

ก่อนหน้าเดิมที การเลือกตั้งของเราเป็นระบบรัฐสภาที่คล้ายของอังกฤษ คือ การเลือกตั้งทั่วไปมีครั้งเดียว (ไม่นับ ส.ว.) คือเลือก ส.ส.จากนั้นพรรคที่ได้คะแนนเสียงชนะการเลือกตั้งมากที่สุดก็จะจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นรัฐบาลเดี่ยวหรือรัฐบาลผสมก็ขึ้นกับที่นั่งในสภาฯ จากนั้น สภาฯ ก็จะเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็จะได้แก่หัวหน้าพรรค หรือผู้ที่พรรคที่ชนะการเลือกตั้งสนับสนุน จากนั้นผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็จะจัดตั้งรัฐบาล ตั้งคณะรัฐมนตรีต่อไป

จึงอาจกล่าวได้ว่า เลือก ส.ส.เท่ากับเลือกนายกฯ ไปในตัว ซึ่งพรรคที่ลงสมัครรับเลือกตั้งก็จะชูตัว “หัวหน้าพรรค” ควบคู่ไปกับชื่อผู้ที่ส่งไปสมัครรับเลือกตั้งในเขตนั้นๆ ด้วย

แต่ในการเลือกตั้งครั้งก่อนนี้อาจจะแปลกไปนิดหน่อย คือพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อผู้สมัคร ส.ส.ที่ไม่ใช่หัวหน้าพรรคขึ้นมาขาย เพื่อป้องกันว่าหากพลาดพลั้งอะไรถูกยุบพรรคไปจะได้ไม่หลุดจากตำแหน่ง หรือไม่ถูกห้ามลงเล่นการเมืองอีกเพราะไม่ใช่กรรมการบริหารพรรค เรียกว่ามี “หัวหน้าพรรคตามกฎหมาย” เอาไว้เป็นเจว็ด ปัจจุบันไปถามแฟนๆ ชาวเสื้อแดงว่าหัวหน้าพรรคเพื่อไทยชื่ออะไร ก็ไม่มีใครรู้จักว่าได้แก่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ (ก่อนหน้านี้เป็นนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ) เพราะนี่เป็นตำแหน่งที่เอาไว้เผื่อพลาดโดนเชือดเท่านั้นเอง

ปัญหาของการเมืองในรูปแบบรัฐสภานี้ ก็ได้แก่การที่ไม่ว่าจะอย่างไร “สภาฯ” ก็เป็นพวกเดียวกับ “คณะรัฐมนตรี” การถ่วงดุลอำนาจตามทฤษฎีว่า คณะรัฐมนตรีรับผิดชอบต่อสภาฯ สภาฯ มีสิทธิไม่ไว้วางใจให้พ้นหน้าที่ เอาเข้าจริงๆ แล้ว ในทางปฏิบัติแทบไม่ปรากฏกรณีที่สภาฯ จะลงมติไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีเลย ก็เพราะว่าสภาฯ ก็มาจากพรรคเดียวฟากเดียวกับนายกฯ นั่นเองตามวิธีการ และก็ยังมีวิปที่คอยควบคุมเสียงไม่ให้แตก หรือถ้าเสียงแตกก็มีสิทธิลงโทษจากพรรค แม้ว่ารัฐธรรมนูญในระยะหลังจะพยายามบัญญัติว่า สิทธิในการให้ความเห็นชอบเป็นเอกสิทธิของสมาชิกสภาฯ แต่ละคน แต่ในทางปฏิบัติ ก็เป็นระบบวิปคุม ส.ส.ยกมือตะบันไปเท่านั้นเอง (ยิ่งหลังๆ มีเรื่องเสียบบัตรแทนกันด้วย ยิ่งหวานคอแร้ง ตัวไม่ต้องมาประชุมก็ได้ ฝากบัตรไว้ให้หัวคิวเสียบกดให้ก็พอ)

ปัญหาเช่นนี้ จึงทำให้มีแนวคิดว่า ถ้าอย่างนั้นเลือกนายกฯ โดยตรงไปเลยจะดีกว่าไหม ให้แยกจากการเลือก ส.ส.ไป เพราะในทางความเป็นจริง ก็ตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้เลือกตั้งด้วย เหมือนกับที่บางคนอาจจะอยากได้นายกฯ เป็น ก. จากพรรค A แต่ก็อยากได้ผู้แทนในพื้นที่เป็นนาย ข. ที่อยู่พรรค B เป็น ส.ส.หรือผู้แทนของท้องถิ่นตัวเองในสภาฯ ซึ่งถ้าการเลือกแบบเดิม ผู้เลือกก็อาจจะต้องตัดใจไม่เลือกนาย ข. เพราะคิดว่าต้องไปเลือกผู้แทนจากพรรค A เพื่อให้นาย ก.ได้เป็นนายกฯ เช่นนี้การเลือก ส.ส.ที่ควรเป็นผู้แทนราษฎรในสภาฯ ก็อาจจะไม่สะท้อนภาพความเป็น “ผู้แทน” ที่แท้จริง เพราะเหมือนเป็นการเลือก “รัฐบาล” มากกว่า

อีกทั้งการเลือกแบบแยกเลือกนายกฯ กับ ส.ส.ก็จะทำให้การถ่วงดุลกันของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารนั้นเป็นไปได้จริงจังมากขึ้นด้วย ซึ่งแนวทางก็อาจจะเป็นอย่างในต่างประเทศที่มีการเลือกฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหารแยกกัน ก็ปรากฏว่าถ้าในการเลือกตั้งประธานาธิบดี พรรคหนึ่งชนะเป็นรัฐบาล พอในรอบการเลือกตั้ง ส.ส. หรือ ส.ว.ก็จะเป็นพรรคคู่แข่งที่ชนะได้ที่นั่งมากกว่า ซึ่งเป็นการถ่วงดุลกัน วิธีนี้จึงทำให้สภาฯ กับฝ่ายบริหารหรือคณะรัฐมนตรีนั้นเป็นอิสระต่อกันอย่างแท้จริง

หรือถ้าใช้ระบบบัญชีรายชื่อคณะรัฐมนตรีจริงๆ ก็จะยิ่งดี คือผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็จะได้เห็นชัดๆ ว่า เลือกคนนี้เป็นนายกฯ ได้ใครแถมมาเป็นรัฐมนตรีบ้าง ซึ่งก็จะทำให้การตั้งรัฐมนตรีจะต้องจัด “ของดีๆ” มาอวดกันตั้งแต่หาเสียงเลย หากยัดพวก “ยี้” เข้ามา ก็จะเสียฐานคะแนน ซึ่งน่าจะดีกว่าการเลือกนายกฯ คนเดียว หรือพ่วงกับรองนายกฯ อีกคน เพราะในตอนหลังเมื่อนายกฯ ได้รับการเลือกตั้งไปแล้ว อาจจะมีการต่อรองและเอารัฐมนตรีที่มีผลประโยชน์ร่วมกันมาไว้ใน ครม.หักหลังประชาชนคนเลือกก็ได้

แต่การเลือกตั้งนายกฯ โดยตรงก็ยังมีปัญหาหรือข้อที่ทำให้คนไม่เห็นด้วย ส่วนสำคัญก็คือรูปแบบการเลือกฝ่ายบริหารโดยตรงนี้จะมีในประเทศที่ใช้ระบอบประธานาธิบดีกัน จึงมีหลายฝ่ายกังวลเนื่องจากประเทศเราเป็นราชอาณาจักรอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ข้อนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะตำแหน่งนายกฯ อย่างไรก็คือนายกรัฐมนตรีหัวหน้าฝ่ายบริหาร คงไม่มีอำนาจอย่างประมุขรัฐไปได้ เช่น พระราชอำนาจในการไม่เห็นลงพระปรมาภิไธยในกฎหมาย (หรืออำนาจวีโต้) พระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ พระราชอำนาจในการประกาศสงคราม ฯลฯ อันเป็นอำนาจโดยแท้ขององค์พระประมุขรัฐ รวมถึงการเข้าดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีก็จะต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ด้วย ในเชิงอำนาจและสถานะแล้ว ต่อให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง ก็ไม่อาจทำให้นายกฯ ที่ได้รับเลือกมานั้นกลายเป็น “ประมุขรัฐ” หรือประธานาธิบดีไปได้

ส่วนเรื่องไม่มีใครเขาทำกันนั้นก็ไม่อยากจะให้น้ำหนักมาก เพราะการออกแบบรูปแบบการเมืองการปกครองนั้นแม้จะมีรูปแบบหลักๆ แต่ก็ใช่ว่าการออกแบบรูปแบบใหม่นั้นจะเป็นการต้องห้าม เหมือนเช่นที่ฝรั่งเศสออกแบบระบบกึ่งประธานาธิบดีขึ้นมา แตกต่างจากระบอบประธานาธิบดีของสหรัฐฯ หรือแม้แต่ประธานาธิบดีของอเมริกา กับเยอรมนี หรือสิงคโปร์ก็ไม่เหมือนกัน เช่นนี้หากไทยเราจะมีนายกฯ ที่เลือกตั้งโดยตรงบ้างก็อาจจะแปลก แต่ก็ไม่น่าถือเป็นเรื่องผิดอะไร

อย่างไรก็ตาม จุดที่น่ากังวลนั้นก็ยังมี คือ นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงนั้นจะเท่ากับมาจากเสียงของประชาชนโดยตรงที่เลือก “คนคนนั้น” ขึ้นมาเป็นนายกฯ ซึ่งจะใช้เป็นข้ออ้างในการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จล้นพ้นได้ โดยอ้างว่าได้รับฉันทานุมัติจากเสียงข้างมากโดยตรงได้ ... ขนาดระบบปัจจุบันที่มีการเลือกมาโดยอ้อม ยังมีการอ้างกันบ่อยๆ เนืองๆ ว่าตัวเองมาจากการเลือกตั้งกี่สิบล้านเสียงเลย เช่นนี้ก็เป็นเรื่องน่าระวัง ทางเข้า Gclub

กับอีกประการหนึ่งคือความเชื่อมโยงกับฝ่ายรัฐสภา เมื่อฝ่ายบริหารนั้นไม่ได้มีที่มาจากทางสภาฯ อีกแล้ว ก็น่าเป็นห่วงว่า ในการดำเนินนโยบายต่างๆ ที่จะต้องใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ การผ่านโครงการ การผ่านงบประมาณจะมีปัญหาหรือไม่ หากสภาฯ เป็นคนละพรรคและเล่นแง่ไม่ยอมกันเข้าจริงๆ ในที่สุดการบริหารที่มีอำนาจ แต่ไม่มีงบประมาณ ไม่มีเครื่องมือทางกฎหมาย จะกระทำได้แค่ไหนเพียงไร
goldenslot
Nadao
 
โพสต์: 1
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 09 มี.ค. 2017 9:30 am

Re: นายยกคนใหม่มาเมื่อไหร่

โพสต์โดย Football » จันทร์ 15 ต.ค. 2018 2:08 pm

Tennis requires cat-like reflexes vegus168 with short bursts of strength. These short movements do not allow the muscles to extend their full length. When muscles are strenuously worked vegus168 they become tight and can lose their elasticity unless properly stretched. Yoga exercises can increase the body’s range of motion. The lack of vegus168 movement because of inflexibility binds the joints. vegus168

Without the elasticity of the muscles, I think an athlete can be a prisoner of his own body. vegus168 Using yoga techniques makes it vegus168 possible to retrain the muscles. Most tennis athletes play in a constant state of เวกัส
muscle tension. Yoga trains the body to vegus168relax muscle tension. Learning to begin your game in a relaxed state could mean gaining an extra step on the ball.

When in ready position muscles are contracted and vegus168 ready for action. To move, muscles must be relaxed and then contracted vegus168 again to spring in any direction. By vegus168 retraining the muscles you begin from a relaxed position, giving a quickened reaction time. vegus168

Yoga breathing exercises can help vegus168 improve endurance and stamina. When exerting in sports or exercise we often hold vegus168 the breath as a way to create strength. Yoga trains the body to create vegus168 strength through breathing control. Holding the breath at points of exertion takes a great deal of energy that could be used during long sets or matches. vegus168

Learning the correct way vegus168 while doing a yoga pose is simple. Exhale during the execution of a pose until you feel the vegus168 muscles’ full length of the stretch (maximum resistance). Never hold vegus168 your breath. Breathe normally and vegus 69 vegus 69 listen to the body. Hold for 30 seconds, then release the pose slowly. By constant practice of yoga poses you’ll soon apply breathing techniques in everyday vegus168 routines.
Football
 
โพสต์: 77
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ต.ค. 2018 7:23 am


ย้อนกลับไปยัง สอบถามเรื่องอื่นๆ

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron